แล้วฉันก็พบว่ามีของแบบนั้นอยู่ใกล้ ๆ ตัวด้วย

Image result for เสื้อผ้าอัดแน่นอยู่ในตู้เสื้อผ้า

 

สิ่งนั้นก็คือ สมุดบันทึกนั่นเอง

ฉันใช้สมุดบันทึกแบบเดิมมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยมัธยม ต้น เราจึงอยู่ด้วยกันมาเกิน 15 ปีแล้ว ตอนที่เจอกับเพื่อนร่วม ชั้นเรียนสมัยนั้น เธอถึงกับถามด้วยความตกใจว่า “ยังใช้แบบ เดิมอยู่อีกเหรอ” สมุดบันทึกที่ว่ามีขนาดพอ ๆ กับตลับเทป ดีไซน์เรียบ จํานวนหน้ามีไม่มาก และใช้เขียนได้แค่กําหนดการ รายเดือนเท่านั้น

แต่ภายในเล่มเป็นแบบพิมพ์สี แถมแต่ละเดือนก็มีรูปวาด ของคุณลุงหน้าตาขบขันที่ทําให้อดยิ้มตามไม่ได้ จึงนับเป็นสมุด บันทึกที่ปลุกเร้าความสุขให้ฉันได้

ฉันเคยลองใช้สมุดบันทึกเล่มหนาเตอะที่แบ่งตารางเวลา ของแต่ละวันออกเป็นชั่วโมง ๆ รวมทั้งสมุดบันทึกแบบที่ สามารถสลับหน้าหรือเพิ่มหน้าได้ตามใจชอบ แต่ฉันก็ไม่เคยใช้ เล่มไหนได้ครบหนึ่งเดือนเลย สุดท้ายก็กลับมาใช้สมุดบันทึก แบบเดิมที่เคยใช้อยู่ดี

ด้วยเหตุนี้ สมุดบันทึกดังกล่าวจึงถือเป็นพรหมลิขิต สําหรับฉัน

แต่น่าแปลกนะคะ ถ้าให้ฉันลองนึกย้อนกลับไป ฉันกลับ จําตอนที่ได้เจอกับสมุดบันทึกเล่มนี้ครั้งแรกไม่ได้เลย

หรือว่าความประทับใจแรกพบจะไม่เกี่ยวข้องกับพรหม ลิขิต”

ในระหว่างที่ครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องการพบเจอกับข้าวของ ฉันก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่า “แล้วการได้พบเจอกับ “คน” ที่เป็น พรหมลิขิตละเป็นอย่างไร” ด้วยเหตุนี้ เวลาที่สอนจัดบ้าน พอฉันเจอข้าวของที่มีความทรงจําร่วมกันระหว่างลูกค้ากับสามี ฉันก็จะลองถามถึงช่วงเวลาที่ทั้งคู่ได้รู้จักกัน

ปรากฏว่าลูกค้าส่วนใหญ่มักจะตอบในทํานองว่า “บังเอิญ ทํางานที่เดียวกันค่ะ” “รู้ตัวอีกทีก็ไปไหนมาไหนด้วยกันแล้ว” “ตอนเจอกันครั้งแรกก็ไม่ได้รู้สึกประทับใจอะไรเป็นพิเศษนะคะ” หรือ “รู้สึกว่าอยู่ด้วยกันแล้วเป็นธรรมชาติค่ะ”

 

ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นจากฝ่ายผู้หญิง ซึ่งแน่นอนว่าทุก คนไม่ได้เป็นแบบนั้นเหมือนกันหมด

แต่ไม่ว่าจะเป็นข้าวของหรือคน ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง จนถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็น “พรหมลิขิต” อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ความประทับใจแรกพบเสมอไป เพราะความลงตัวเมื่อได้อยู่ด้วย กันก็เป็นสิ่งสําคัญค่ะ

 

นำเสนอโดย
แทงบอล

Write a Reply or Comment

Your email address will not be published.